อ่านละครเรื่องลูกทาส วันที่ 14 มีนาคม 2557

อ่านละครเรื่องลูกทาส วันที่ 14 มีนาคม 2557

“ไม่มีดอกน่า อารับราชการมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว เชื่ออาเถอะ แต่ถ้าพ่อมาโนชอยู่ว่าง ๆ ไม่มีงานการอะไร ก็ไปราชการหัวเมืองเสียหน่อย มั้ยล่ะ จะได้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านเรื่องนี้”
“ราชการอะไรขอรับ”

“ทำไม ก็ข้ารักพี่แก้ว รักมานานแล้วด้วย ใครที่คิดจะแย่งพี่แก้วไปจากข้า ข้าไม่เว้นมันทั้งนั้น เชอะ ถือตัวว่าเป็นลูกพระยา ทำเป็นถามถึงพี่แก้ว นึกว่าข้าดูไม่ออกรึ ถ้าบุญหนักศักดิ์ใหญ่จริง แล้วมายุ่งกับทาสทำไมให้เสียราศีวะ”


“ไอ้พวกฝรั่ง มันมีข้อพิพาทกับพวกพ่อค้าที่หัวเมือง เลยยึดสินค้าไว้เป็นประกัน ก็เลยต้องเดือดร้อนมาถึงพวกเรา พ่อมาโนชก็เป็นตัวแทนไปเจรจากับพวกมันก็แล้วกัน..หากทำสำเร็จ อาจจะได้ของติดไม้ติดมือมามากโขก็เป็นได้”

มาโนชคิดตามยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะมีช่องทางหารายได้อีกแล้ว

คอกทำงานอยู่ที่ชายคลอง คุณแดงนั่งเรือที่มีทาสชายพายเข้ามาเทียบริมฝั่ง คอกจำได้ก็นั่งคุกเข่ายกมือไหว้

“นั่นนายคอกใช่หรือไม่จ๊ะ”

“ใช่ขอรับคุณแดง”

“แก้วล่ะ”

“พี่แก้วไปรับใช้คุณน้ำทิพย์ขอรับ คุณน้ำทิพย์เธอไปทำบุญที่วัดนามบัญญัติ ก็เลยให้พี่แก้วขับรถม้าไปส่ง”

“แหม คุณน้ำทิพย์น่าจะบอกกันบ้าง ฉันจะได้ขอตามไปทำบุญด้วย”

บุญเจิมเดินตามมาเห็นคอกคุยกับคุณแดงก็หยุดฟัง พอรู้ความว่าน้องสาวของพระนิติธรรมฯ มาถามหาแก้วเท่านั้น บุญเจิมก็หมั่นไส้คว้าก้อนหินเขวี้ยงรังมดแดงบนต้นไม้ที่อยู่เหนือหัวของคุณแดง รังแตก มดแดงแตกรังฮือออกมาหล่นใส่ตัวคุณแดงอย่างเหมาะเหม็ง คุณแดงตกใจร้องโวยวายลั่นทั้งเจ็บทั้งคันปัดอย่างไรก็ไม่หมด

คอกกับทาสที่พายเรือมาจะช่วยปัดก็กลัวจะถูกเนื้อตัวนายหญิง คอกตะโกนแนะนำให้กระโดดลงน้ำ คุณแดงต้องเสียกิริยาโดดลงคลองไปดำน้ำหนีมดแดงแตกรัง บุญเจิมหัวเราะลั่นชอบใจ แล้วสะบัดหน้าเดินหนี คอกรู้ว่าเป็นฝีมือบุญเจิมก็ไม่พอใจมากที่เธอแกล้งคุณแดงแบบนี้ จึงตามไปเล่นงาน แต่บุญเจิมลอยหน้าลอยตาเถียง

“ทำไม ก็ข้ารักพี่แก้ว รักมานานแล้วด้วย ใครที่คิดจะแย่งพี่แก้วไปจากข้า ข้าไม่เว้นมันทั้งนั้น เชอะ ถือตัวว่าเป็นลูกพระยา ทำเป็นถามถึงพี่แก้ว นึกว่าข้าดูไม่ออกรึ ถ้าบุญหนักศักดิ์ใหญ่จริง แล้วมายุ่งกับทาสทำไมให้เสียราศีวะ”

“พอซะทีนังเจิม เพราะเอ็งเป็นอย่างนี้นี่เอง ข้าถึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดพี่แก้วถึงไม่เคยรักเอ็งเลย” คอกพูดแทงใจดำ บุญเจิมโมโหมาก

“ไอ้คอก ไอ้ปากสกปรก เอ็งขอโทษข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่แก้วเค้ารักข้าโว้ย เราเป็นทาสเหมือนกัน ถ้าเค้าไม่รักข้าแล้วเค้าจะรักใคร นังผู้หญิงที่ให้ท่าพี่แก้วต่างหากที่ผิด ไม่ใช่ข้า”

“เลิกหลอกตัวเองเสียทีเถอะโว้ยนังเจิม ถ้าพี่แก้วรักเอ็งจริง ป่านนี้เอ็งกับพี่แก้วเป็นผัวเมียกันไปนานแล้ว แลยิ่งเอ็งคลุ้มคลั่งหึงหวงพี่แก้วมากเท่าใด พี่แก้วก็ยิ่งระอาเอ็งมากขึ้นเท่านั้น”

บุญเจิมกรี๊ดเสียงลั่น เข้าไปทุบตีคอกไม่ยั้ง คอกก็ได้แต่ปัดป้องจนทนไม่ไหว เลยรวบตัวไว้กอดรัดแน่น แก้มแทบแนบแก้ม สายตาของทั้งคู่ก็หันมาสบกัน บุญเจิมสัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่างได้ รีบผละตัวออกแล้วตบหน้าคอกฉาดแล้ววิ่งหนีไป คอกมองตามบุญเจิมไปด้วยความว้าวุ่นใจ

ขณะที่คุณน้ำทิพย์กับแก้วไปที่ร้านของน้อมหลังจากทำบุญเสร็จ แก้วส่งจดหมายให้ น้อมมองอย่างแปลกใจ แต่พอรู้ว่าเป็นจดหมายของนิ่มฝากมาให้ก็จะไม่รับ แก้วปั้นหน้าเครียด

“กระผมก็ไม่อยากเอ่ยคำให้เป็นที่ผิดอารมณ์คุณนายดอกนะขอรับ แต่คนแถวตรอกสังเวช เค้าโจษกันนักหนาว่าคุณนายน้อมไม่ได้รักใคร่ไยดีลูก”

“ใครมันว่าฉันไม่รักลูก ปากอย่างนี้อย่าให้ฉันเจอเชียว” น้อมโมโหทันที

“กระผมก็ไม่อยากเชื่อดอกขอรับ แต่กระผมผ่านไปละแวกนั้น แลได้เจอลูกสาวคุณนายเข้าก็เป็นที่เวทนาอย่างที่คนเค้าลือกัน

จริง ๆ ยิ่งตอนนี้กำลังท้องกำลังไส้ก็ยิ่งลำบากนัก เห็นแล้วก็พาลน้ำตาจะไหลเสียให้ได้ ไม่คิดเลย ว่าคนหน้าตาบอบบางหมดจดเช่นนี้ จะถูกทอดทิ้งราวกับคนไร้ญาติขาดมิตรได้”

“นี่แม่นิ่มท้องรึ” น้อมตกใจมาก

“คุณนายลองอ่านจดหมายดูเถิดขอรับ แล้วจะเข้าใจเอง”

น้อมรีบรับจดหมายไปเปิดอ่าน แล้วน้ำตาซึมด้วยความสงสารลูกจับใจ โดยคุณน้ำทิพย์กับแก้วคอยสังเกตกิริยาอาการ ก็รู้ว่าน้อมเป็นแม่ที่รักและห่วงใยลูกมาก แต่มีทิฐิจึงไม่ไปง้อ

“อย่าโกรธเคืองแม่อบเชยเลยขอรับคุณนาย แม่อบเชยถูกคุณนายตะเพิดส่งมาหลายที ก็เลยยังไม่กล้ามาบอกน่ะขอรับ”

“เอ๊ะ ดูพ่อจะรู้เรื่องราวละเอียดดีเหลือเกินนะ” น้อมฉุกคิด

“เอ่อ คุณนายนิ่มเล่าให้กระผมฟังน่ะขอรับ กระผมเดินผ่านบ้านเธอแทบทุกวัน ก็เลยรู้จักกัน วันที่กระผมได้จดหมาย ก็เป็นเธอที่แอบโยนลงมาจากหน้าต่าง เพื่อไม่ให้คนของพระยาไชยากรรู้เรื่อง พอโยนจดหมายลงมาเสร็จเธอก็ร้องไห้แล้วชี้ไปที่หัวใจตัวเองอย่างนี้ น่าสงสารเหลือเกินขอรับ”

“โถ แม่นิ่มของแม่” น้อมสงสารลูกจับใจ

น้ำทิพย์ที่ทำทีเลือกของอยู่ใกล้ ๆ แอบอมยิ้มในความเจ้าเล่ห์ของแก้ว

“ไอ้กระผมก็เวทนา เห็นว่าท้องไส้ หากเป็นอะไรไปก็ตายทั้งกลมเท่านั้น ชาวบ้านร้านถิ่นยิ่งจะร่ำลือด่าว่าทั้งแม่ทั้งผัว ที่ปล่อยให้คุณนายนิ่มตายเร็วกว่ากำหนดที่ควร”

“ผัวมันเท่านั้นดอกที่ไม่สนใจ ฉันเป็นแม่ จะไม่รักลูกได้ยังไง ที่แล้วมาเพราะฉันโกรธที่แม่นิ่มไม่เชื่อฉันต่างหาก แต่เมื่อแม่นิ่มสำนึกผิด มีรึฉันจะไม่ให้อภัย คนอย่างฉันไม่ใจดำเหมือนไอ้พระยาไชยากรดอก”

“ถูกแล้วขอรับ กระผมดูก็รู้แล้วว่าคุณนายน้อมเป็นคนจิตใจดี ไม่มีทางใจจืดใจดำเหมือนพระยาไชยากรดอกขอรับ”

แก้วเผลอพลั้งปากพล่อยพูดเอาใจน้อมมากไปหน่อย ทำให้คุณน้ำทิพย์ไม่พอใจที่ได้ยินคนทั้งสองด่าบิดาตัวเอง เธอลุกเดินออกจากร้านไปทันที แก้วรู้ตัวก็ร้อนใจรีบตามไปขอโทษ อ้างว่าที่เห็นด้วยกับน้อมเพราะเป็นกลอุบายให้น้อมใจอ่อนไปหานิ่มเท่านั้น

“เอาเถิด ฉันรู้ว่าคุณพ่อเป็นคนยังไง จะห้ามใจไม่ให้คิดก็คงไม่ได้ แต่อย่าให้ฉันได้ยินอีกก็แล้วกัน”

“ขอรับ จะไม่ทำอีกแล้วขอรับ” แก้วยิ้มแหย ๆ

“ฉันจะพยายามเชื่อนะ เมื่อก่อนฉันนึกว่าแก้วเจ้าคารีสีคารมเท่านั้น เพิ่งประจักษ์กับตาวันนี้เอง ว่ายังเจ้าเล่ห์เพทุบายอีกด้วย จึงยังไม่อยากเชื่อใจนัก”

“โธ่ อย่าตั้งข้อหาไอ้แก้วหนักถึงเพียงนั้นเลยขอรับ แม้ไอ้แก้วจะใช้วิธีไม่ซื่อ แต่ก็ทำไปโดยเห็นแก่ประโยชน์ของคุณนายนิ่มเป็นสำคัญนะขอรับ กระผมเคยเห็นแม่อบเชยเพียรชี้แจงแล้ว แต่คุณนายน้อมก็ไม่ฟัง จึงต้องใช้วิธีขอความสงสาร แลปดว่าท่านเจ้าคุณไม่ใส่ใจเพื่อที่คุณนายน้อมจะได้ทำตรงข้าม แลให้อภัยคุณนายนิ่มขอรับ”

“แล้วจดหมายเล่า แม่นิ่มเขียนเองหรือแก้วเป็นคนบอกให้เขียน”

“คุณนายนิ่มเขียนเองขอรับ”

น้ำทิพย์จ้องหน้าไม่เชื่อ แก้วจึงยอมรับเสียงอ่อย คุณน้ำทิพย์หมั่นไส้สะบัดหน้าเดินหนีไป

ค่ำนั้น แก้วว่ายน้ำข้ามคลองมาที่เรือนแพพระนิติธรรมฯ เหมือนเคย และรู้ข่าวว่าคุณแดงป่วยเป็นไข้เพราะพิษจากการถูกมดแดงรุมกัด ก็ตามพระนิติธรรมฯ เข้าไปเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง

“น้องแดงร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กแล้ว โดนอะไรนิดอะไรหน่อย ก็ล้มป่วยทุกที”

“โดนมดกัดถึงขนาดนี้ ต่อให้เป็นใครก็ล้มป่วยได้ทั้งนั้นล่ะขอรับ แต่คุณแดงก็โชคร้ายจริง ๆ อยู่ดี ๆ ก็โดนรังมดหล่นใส่เอาได้”

“อยู่ดี ๆ ที่ไหนกันเล่า โดนคนแกล้งต่างหาก”

อ้นพูดแทรก พระนิติธรรมฯ พยายามปรามไม่ให้พูด แต่อ้นทนไม่ไหวขอพูดต่อ

“กระผมรู้ว่าไม่ใช่ความผิดเจ้าแก้ว แต่อย่างน้อยก็น่าจะให้มันปรามคนของมันบ้าง”

“คนของฉันอะไรกันพี่อ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” แก้วงง

“ก็คนที่แกล้งให้รังมดหล่นใส่คุณแดง ก็คือนังบุญเจิม คู่รักของเอ็งไงวะไอ้แก้ว หากไม่เชื่อ ก็ไปถามไอ้คอกเพื่อนเอ็งดูสิ”

แก้วรู้อย่างนั้นก็โกรธมาก...พอกลับไปถึงเรือนทาสคืนนั้น ก็เอาเรื่องบุญเจิม ซึ่งบุญเจิมก็ยอมรับอย่างไม่ยี่หระว่าที่แกล้งเพราะคุณแดงจะมาแย่งแก้วไปจากเธอ แก้วโมโหสุด ๆ

“นังเจิม เอ็งมันสันดานหยาบช้านัก วันทั้งวันเอาแต่คิดหึงหวง ไม่เคยคิดจะทำตนให้สูงขึ้น แลยังเอาความคิดชั่วของเอ็งไปทำให้คุณแดงเธอมัวหมองอีก หากเอ็งยังไม่เลิกสันดานเช่นนี้ เอ็งกับข้าก็ขาดกัน อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

“ใจเย็น ๆ ก่อนพี่แก้ว นังเจิมมันไม่..” คอกตกใจมาก

“เออ ฉันมันต่ำช้า แต่ถึงจะต่ำช้ายังไง คนอย่างอีบุญเจิมก็รักเดียวใจเดียว ไม่เหมือนพี่ ที่พอเห็นนังน้องสาวคุณพระมันเป็นหลักให้เกาะได้ ก็คิดจะเฉดหัวฉันไปหามันดอก” บุญเจิมสวนกลับอย่างน้อยใจ

“ข้าไม่เคยคิดกับคุณแดงฉันชู้สาว แล้วก็ไม่เคยคิดกับเอ็งด้วย เอ็งมันทึกทักเอาเอง แล้วก็พาลพาโลไปทั่ว จำไว้นะนังเจิม ต่อให้ไม่มีคุณแดง ข้าก็ไม่เคยคิดกับเอ็งเป็นอื่นนอกจากน้อง เมื่อรู้แล้ว ก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของข้าเสียที”

“ไม่จริง พี่เคยบอกว่าไม่รังเกียจฉัน แล บอกให้ฉันอดใจรอ หากพี่ได้เป็นไทเมื่อใด เราจึงจะเป็นผัวเมียกัน แล้วพี่จะมาบอกว่าคิดกับฉันแค่น้องอย่างนั้นรึ” บุญเจิมเสียใจมาก น้ำตาท่วมตา

“ข้ายอมรับ ว่าข้าหลอกเอ็ง แต่ที่ข้าทำไป ก็เพราะกลัวเอ็งเตลิดเปิดเปิงต่างหาก จึงต้องหลอกเอ็งไว้ก่อน แล้วค่อยช่วยเอ็งพ้นจากมือคุณมาโนช แต่ใจจริง ข้าไม่เคยคิดกับเอ็งเป็นอื่นเลย ไม่เช่นนั้น ก็คงรับเอ็งเป็นเมียเสียแต่คืนนั้นแล้ว”

บุญเจิมน้ำตาร่วง ทั้งโกรธทั้งเสียใจปราดเข้าไปทุบตีแก้วไม่ยั้ง คอกเข้าไปช่วยดึงตัวบุญเจิมออกมาแล้วจับยึดแขนไว้แน่น ขณะที่แก้วเดินจากไปอย่างไม่เหลียวมอง บุญเจิมยิ่งเจ็บแค้นหันมาทุบตีจิกทึ้งคอกระบายอารมณ์ คอกยืนนิ่งให้ทุบตีแต่โดยดี

มาโนชข้องใจที่ตัวเองไม่ได้ตำแหน่งขุน เมื่อถามพระยาไชยากรก็ยืนยันว่าเสนอชื่อไปแล้ว ขอให้เขาใจเย็น ๆ อีกไม่นานคงจะโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แล้วพระยาไชยากรก็สั่งให้มาโนชไปราชการที่หัวเมือง แก้ปัญหาเรื่องฝรั่งขัดแย้งกับพ่อค้าไทยแล้วยึดสินค้าเอาไว้เป็นประกัน

ถึงเวลานัดคู่กรณี ข้าราชการหัวเมืองมาพร้อมกัน มาโนชชะงัก เพราะจำได้ว่าตุลาการคดีนี้คือ พระนิติธรรมลือชานั่นเอง...ผลการเจรจาแม้พระนิติธรรมฯ พยายามใช้ความรู้ภาษาฝรั่งก็ยังตกลงกันไม่ได้ มาโนชจะใช้อำนาจมหาดไทยข่มขู่ฝรั่ง ซึ่งวิธีการนี้พวกพ่อค้าสนับสนุนแต่ก็ยังไม่กล้าทำรุนแรง เพราะพวกฝรั่งเตรียมอาวุธปืนไว้ต่อสู้ ทำให้มาโนชกับพระนิติธรรมฯ ขัดกัน

“ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าในการเจรจาครั้งนี้ คุณมาโนชต้องรับฟังคำสั่งฉัน แต่นี่กลับยุยงพวกชาวบ้านไปก่อเรื่องก่อราวโดยพลการ อย่าว่าแต่ถูกขู่เลย ต่อให้โดนยิงกลับมาฉันก็ไม่เข้าข้างดอก”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะขอรับคุณพระ คุณมาโนชทำไป ก็เพราะต้องการปกป้องคนของเรานะขอรับ” บุญมีเถียงแทนนาย

“ปกป้องด้วยวิธีอันธพาลน่ะรึ เก็บวิธีเช่นนั้นไปใช้ที่เรือนทาสของท่านเจ้าคุณไชยากรเถอะ..ที่นี่ เราพูดกันด้วยเหตุด้วยผล เยี่ยงคนเจริญแล้ว หากทำตามไม่ได้ก็ขอให้อยู่เฉย ๆ อย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”

พระนิติธรรมฯ มองสองนายบ่าวด้วยสายตาระอาก่อนจะเดินออกจากไป เรื่องนี้สร้างความเจ็บแค้นให้กับมาโนชและบุญมีอย่างมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ขบกรามแน่นเจ็บใจมาก ต้องเก็บความแค้นไว้

ในที่สุดพระนิติธรรมฯ สามารถเจรจาแก้ปัญหาข้อขัดแย้งฝรั่งกับพ่อค้าไทยสำเร็จ ตกลงกันได้ด้วยดีเป็นที่พึงพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย มาโนชไม่พอใจจึงชวนบุญมีกลับ เห็นพ่อค้าเอาของมีค่ามาให้เพื่อขอบคุณ มาโนชจึงวางมาดรับสม อ้างอวดพวกพ่อค้าทันที

“ฉันนี่แหละเป็นคนช่วยเจรจา มีอะไร ก็มาคุยกับฉันได้เลย”

“ขอบพระคุณท่านเหลือเกินขอรับ พวกกระผมมีของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยรับไว้ด้วยนะขอรับ”

“ฉันทำไปตามหน้าที่ แต่เมื่อพวกเจ้ามีความประสงค์เช่นนี้ ฉันก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจหรอก เอ้า บุญมี รับเอาไว้”

อ่านละครเรื่องลูกทาส วันที่ 14 มีนาคม 2557

ละครลูกทาส บทประพันธ์โดย : รพีพร
ละครลูกทาส บทโทรทัศน์โดย : บทกร
ละครลูกทาส กำกับการแสดงโดย : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ละครลูกทาส ผลิตโดย : บ. ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จ.ก.
ละครลูกทาส ควบคุมการผลิตโดย : ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ละครลูกทาส ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสช่อง 3
ที่มา เดลินิวส์






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น